MENU CLOSE

เอะอะก็ “ชาเขียว”

เอะอะก็ “ชาเขียว”

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความ นิยมอย่างต่อเนื่องในหมู่คนไทย ช่วง 2-3 ปีมานี้ เห็นจะไม่มีอะไรเกินเครื่องดื่ม “ชาเขียว” ซึ่งมีแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้น จัดเป็นกระแสการตื่นตัวทางการบริโภคเพื่อสุขภาพ และมีการพัฒนารูปแบบของการบริโภค ตั้งแต่ซื้อใบชามาชงดื่มเอง หรือซื้อในรูปของน้ำชาเขียวสำเร็จรูปที่บรรจุขวด กระป๋อง กล่องUHT นอกจากนี้ยังมีการนำมาผสมในอาหารและขนมอื่นๆ และยังมีการพัฒนาเพื่อนำมาผสมลงในเครื่องสำอางต่างๆอีกด้วย

ชาเขียวและชาขาว

ชาเขียวเป็นชาที่นิยมดื่มในจีนและญี่ปุ่น ทำได้โดยการเอาใบชาสดที่เก็บได้ มาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อทองแดง โดยใช้ความร้อนไม่สูงเกินไปนัก โดยใช้มือคลึงเบาๆ ก่อนแห้ง หรือนำใบชาอ่อนที่ได้มาผ่านไอน้ำหรืออบด้วยความร้อนทันทีเพื่อยับยั้งการ ทำงานของเอนไซม์ จึงได้ใบชาจึงมีความสด และยังมีสีเขียวอยู่มาก ชาเขียวที่มีคุณภาพดีได้จากใบชาคู่ที่หนึ่งและใบชาคู่ที่สองที่เก็บจากยอด จีนเรียกว่า “บู๋อี๋” (ฮกเกี้ยน) ใบชาใบคู่ที่สามและคู่ที่สี่ จากยอดจะให้ชาชั้นสอง จีนเรียกว่า “อันเคย” (ฮกเกี้ยน) ส่วนใบชาคู่ที่ห้าและคู่ที่หกจากปลายยอดจะให้ชาชั้นเลว ที่จีนเรียกว่า “ล่ำก๋อง” (ฮกเกี้ยน) เมื่อชงดื่มจะได้น้ำชาที่มีสีเหลืองอ่อน หรือเขียวและมีกลิ่นหอม

ชาเขียวแบ่งตามลักษณะการนำมาบริโภคได้เป็น 2 ประเภทคือ “ชาคอ” (breast tea) ที่ดื่มแล้วจะรู้สึกชุ่มคอ และ “ชากลิ่น”(scented tea) ที่มีกลิ่นหอม เนื่องจากอบด้วยกลิ่นหอมจากดอกไม้ เช่น ดอกมะลิ ดอกประยงค์

ส่วนชาขาว เป็นใบชาที่ได้จากเลือกเก็บเฉพาะยอดอ่อนที่มีขนสีขาวปกคลุมอยู่ ก่อนนำมาผ่านกรรมวิธีเดียวกันกับชาเขียว

ประโยชน์ของชาเขียว

มีงานวิจัยสนับสนุนว่าส่วนประกอบในชา จะช่วยลดความดันโลหิต ไขมันในเส้นเลือด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยทำลายแบคทีเรียในช่องปากที่เป็นต้นเหตุของฟันผุ ยิ่งไปกว่านั้นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีความเข้มข้นสูงในชาจะช่วยยับยั้งการ การโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง จากข้อมูลในปัจจุบันแนะนำว่าการบริโภคอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยลด การเกิดโรคหัวใจ จากการที่อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ จะไปยับยั้งขบวนการออกซิเดชั่นของไขมัน (fat oxidation) อันจะนำไปสู่การลดการเกิดของหลอดเลือดแข็งตัว (antherosclerosis) และลดการเกิดโรคหัวใจในที่สุด หลักฐานในปัจจุบันพบว่าชาเขียว ซึ่งมีส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติในปริมาณสูง มีคุณสมบัติดังกล่าว แม้ว่าในสารอาหารอื่นจะมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ เช่นเบต้าแคโรทีน (B-carotene), วิตามินอี (tocopherols) และวิตามินซี (ascorbic acid) แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วพบว่าคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระของโพลีฟีนอล ในชาเขียวจะเหนือกว่า

ปัจจุบันมีการวิจัยชาเขียว พบว่า มีสารแคททีชินสูง ซึ่งช่วยในการเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันซึ่งมีผลต่อการลดน้ำหนัก การวิจัยในคนพบว่า การดื่มชาเขียวช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายและเพิ่มการใช้พลังงานมาก ขึ้น แม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว ใบชาจะประกอบด้วยคาเฟอีน ร้อยละ 2.5 – 4.5 ประมาณร้อยละ 80 คาเฟอีน ซึ่งเป็นสารที่สามารถละลายน้ำได้ จะถูกสกัดออกมาจากการชงชาในแต่ละครั้ง จาก Canada’s Food Guide to Healthy Eating ได้กล่าวไว้ว่า สำหรับคนทั่วไป การได้รับปริมาณคาเฟอีน 400-500 มิลลิกรัมไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงหรือมีผลข้างเคียงใดๆต่อหญิงตั้งครรภ์หรือทารกในครรภ์ มารดา ซึ่งปริมาณคาเฟอีนดังกล่าวเทียบได้กับการดื่มชา 10-12 แก้วต่อวัน

เป็นที่เชื่อกันมานานว่าการดื่มชาอาจทำให้ลดโคเลสเตอเรล และผลการวิจัยล่าสุดก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง แต่ท่านอาจผิดหวังถ้าคิดว่าดื่มวันละ 1 – 2 แก้วจะช่วยได้ ในการวิจัยครั้งนี้พบว่าคนที่มีโคเลสเตอเรลค่อนข้างสูง เสริมด้วยชาสกัดจากชาดำ และชาเขียว นาน 3 เดือน มีปริมาณโคเลสเตอเรลลดลงถึง 16% (LDL – Lipoprotein) สิ่งที่น่าสนใจคือ ผลการวิจัยโดยใช้แต่สารสกัดจากชาเขียว ไม่พบว่าช่วยลดโคเลสเตอเรล แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าการเติมชาดำเข้าไปทำให้ผลวิจัยประสบความสำเร็จ ชามีสาร polyphenols สูง ซึ่งช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ต่อต้านมะเร็ง ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และต่อต้านเชื้อไวรัส ชาเขียวมี polyphenol catechin ชาดำ (ก็คือชาเขียวที่นำไปหมัก) มีเชื้อของสาร polyphenols ที่เรียกว่า theaflavins

คณะนักวิจัยสหรัฐฯ ได้รายงานผลการศึกษาคุณประโยชน์ของชาที่มีต่อสุขภาพในวารสาร “โภชนาการ” ว่า ชายังคงมีสรรพคุณเป็นตัวล้างพิษอย่างแรง สามารถกวาดล้างสารอนุมูลอิสระซึ่งกัดกร่อนดีเอ็นเอในกระแสเลือดลงได้ แม้ว่าจะยังคงไม่รู้ว่ามันทำได้อย่างไร ผลจากการศึกษาพบว่าชาดำสามารถช่วยลดโคเลสเตอรอลลงได้ 4% และไขมันเลว 8% จึงทำให้อันตรายของโรคหัวใจลดลงตามไปด้วย

ส่วนกระแสนิยมการบริโภคเครื่องดื่มชาเขียว ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกมาเตือนว่า ชาเขียว ไม่ได้มีประโยชน์อะไรไปมากกว่าเครื่องดื่มผสมน้ำตาลเลยซักนิดเดียว ผู้บริโภคต้องระมัดระวังในการโฆษณาเชิญชวน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระแสการโฆษณาเรื่องการดื่มชาเขียวช่วยลดน้ำหนักได้ ดังนั้นการดื่มชาเขียวหรือชาอื่นๆจึงควรพิจารณาเลือกบริโภคเฉพาะชนิดที่ ไม่มีน้ำตาลผสม การชงชาด้วยตนเองนอกจากจะได้อรรถรสของการดื่มชาแล้ว ยังให้อรรถประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่า และควรพิจารณาเรื่องการบริโภคชาในปริมาณสูงๆ ซึ่งอาจมีผลเสียต่อภาวะโภชนาการของสารอาหารอื่นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารอาหารกลุ่มวิตามินบี

ข้อแนะนำที่ดีในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพก็คือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ได้คุณค่าครบตามสัดส่วนที่ร่างกายต้องการ และลดการมีภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การบริโภคอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เหล่านี้ จะช่วยให้คุณๆมีสุขภาพร่างกายที่ดี และสามารถช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้

 

 Credit: สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

Latestเนื้อหาล่าสุด