MENU CLOSE

กินเจช่วงคุมน้ำหนัก กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

ช่วงเทศกาลถือศีลกินเจเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความสนใจ ทั้งเพื่อละเว้นชีวิตสัตว์ เพื่อสุขภาพ และอื่นๆ แต่จะทำอย่างไรให้การทานเจไม่เป็นอุปสรรคกับการลดน้ำหนัก

กินเจช่วงคุมน้ำหนัก กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

เทศกาลถือศีลกินเจ เวียนมาครบรอบปีอีกแล้ว ถือเป็นเทศกาลที่ได้รับความสนใจ ทั้งในหมู่คนไทยเชื้อสายจีนและคนทั่วไป เพราะหลายคนเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่จะได้งดการฆ่าและรักษาชีวิตสัตว์ที่มาเป็นอาหารให้กับเรา และยังเป็นช่วงเวลาที่เหมือนได้ทำ detox ล้างสารพิษต่างๆที่มาจากอาหารที่เราทานกันอย่างไม่ได้ยั้งคิดไปในตัว

การถือศีล กินเจ หรือ ประเพณีถือศีลกินผัก ถือเป็นประเพณีแบบลัทธิเต๋าโดยมีการปฏิบัติเคร่งครัดเรื่องการกิน รวม 9 วัน กำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีนและมีตำนานเล่าขานกันหลายตำนานตามแต่ความเชื่อของแต่ละพื้นที่

ในปัจจุบัน เทศกาลกินเจมักจัดขึ้นในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ตลอดจนหมู่เกาะรีออในอินโดนีเซียและอาจมีในบางประเทศในแถบเอเชีย เช่น ภูฏาน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง อีกด้วย

จุดประสงค์ของการกินเจ

การรับประทานเจนั้นต่างคนอาจมีจุดมุ่งหมายต่างกันไปตามแต่ความเชื่อ แต่สามารถแยกกลุ่มที่มีจุดประสงค์แตกต่างกันได้ดังนี้

การกินเพื่อสุขภาพ

อาหารเจถือว่าเป็นอาหารประเภทชีวจิตอย่างนึง เมื่อรับประทานติดต่อกันได้ตามระยะเวลา ก็จะทำให้ร่างกายเกิดสมดุล ทำให้ร่างกายปรับตัว สามารถขับสารพิษของเสียต่างๆออกจากร่างกายได้ ปรับระบบการไหลเวียนเลือด และระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การกินด้วยจิตเมตตา

การรับประทานอาหารเจ ตามความเชื่อเรื่องการทำบุญ ทำทานแก่สัตว์ร่วมโลก เนื่องจากอาหารที่เรากินอยู่ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ดังนั้น ผู้มีจิตเมตตา มีคุณธรรมและมีจิตสำนึกอันดีงามย่อมไม่อาจกินเลือดเนื้อของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีเลือดเนื้อ จิตใจ เช่นเดียวกับคนเรา จึงถือโอกาส ละเว้นการทานเนื้อสัตว์ในช่วงเวลานี้

การกินเพื่อละเว้นกรรม

สำหรับผู้ที่มีความเชื่อเรื่องบาปบุญ เวรกรรมจากภพภูมิที่แล้ว จะตระหนักว่าการกินโดยการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าเองก็ตาม การซื้อจากผู้อื่นก็เหมือนกับการจ้างฆ่าเพราะถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย กรรมที่สร้างนี้จะติดตามสนองเราในไม่ช้าทำให้สุขภาพร่างกายอายุขัยของเราสั้นลงเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อผู้หยั่งรู้เรื่องกฎแห่งกรรมนี้จึงหยุดกินหยุดฆ่า หันมารับประทานอาหารเจ ซึ่งทำให้ร่างกายเติบโตได้เหมือนกัน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น

ข้อบังคับของการกินเจ

ในช่วงเทศกาลนี้จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งการถือศีล พูดจาไพเราะ ไม่นินทาว่าร้าย นุ่งและแต่งกายด้วยชุดขาว(กรณีคนที่เคร่งมากๆ) นอกจากนี้ยังมีในส่วนของข้อห้ามต่างๆเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินดังนี้

การงดกินผักฉุนหรือผักที่มีกลิ่นแรง

ถึงแม้จะไม่ใช่เนื้อสัตว์ก็ยังมีผักบางชนิดที่ถือเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการทานเจเนื่องจากเชื่อว่า ผักที่มีกลิ่นฉุนเหล่านี้ ให้โทษทำลายพลังธาตุในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักที่สำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ

สำหรับผู้ปฏิบัติสมาธิกรรมฐานไม่ควรรับประทาน เพราะผักดังกล่าวมีฤทธิ์ กระตุ้นจิตใจและทำให้อารมณ์ให้เร่าร้อน ใจคอหงุดหงิด โกรธง่าย และยังมีผลทำให้พลังธาตุในร่างกายรวมตัวไม่ติด จิตใจจะไม่บริสุทธิ์ ซึ่งประกอบไปด้วยพืชผัก 5 ชนิด ได้แก่

  • ทุกส่วนของกระเทียม
  • ทุกส่วนของหัวหอม ต้นหอมทุกชนิด
  • หลักเกียว (ลักษณะคล้าย หัวกระเทียม แต่เล็กกว่า)
  • ใบ-ดอก กุ้ยช่าย
  • ใบยาสูบ (บุหรี่,ยาเส้น,ของเสพติดมึนเมา)
  • การงดกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด

ซึ่งแน่นอน เนื้อสัตว์เป็นสิ่งต้องห้ามหลัก เพราะ คนจีนเชื่อว่าก่อนตายสัตว์จะตกอยู่ในอาการตกใจกลัวเมื่อเรากินมันเข้าไป อาจจะทำให้เรามีบาปติดตัวไปด้วย เพราะมันคือสิ่งที่มีชีวิตเหมือนกับคน ข้อนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่คนจีนถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ไม่ควรทานอาหารรสจัด

เนื่องจากการทานอาหารรสจัด ไม่ว่า หวาน เผ็ด หรือเค็ม มากเกินไป ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ส่งผลดีกับสุขภาพทั้งสิ้น ซึ่งข้อห้ามนี้ถือว่าถูกหลักของการแพทย์ในแผนปัจจุบัน และหลักการการลดน้ำหนักที่ถูกต้องอีกด้วย

ต้องกินอาหารที่ปรุงด้วยคนที่กินเจเท่านั้น

สำหรับข้อนี้ถ้าปฏิบัติได้จะถือว่าการทานเจนี้บริสุทธิ์จริงๆ เพราะอาหารได้ถูกปรุงขึ้นจากผู้บริสุทธิ์ แต่ด้วยปัจจุบัน สภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ข้อปฏิบัตินี้ก็สามารถอะลุ่มอล่วยกันได้ หลายๆคนจึงเอาสะดวก โดยให้เน้นข้อหลักไว้ก็เพียงพอแล้ว

จะต้องไม่ใช้ถ้วยชามปะปนกัน

เพราะการทานเจมีข้อกำหนดเคร่งครัดว่า จาน-ชามที่ใส่อาหารที่ไม่เจ ซึ่งชาวจีนเรียกว่า ชอ นั้น ไม่สามารถใช้ปะปนกับจาน-ชามที่ใช้ทานอาหารเจได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องล้างทำความสะอาดจาน- ชามในบ้าน ก่อนเทศกาลจะเริ่ม และใช้ไปตลอดช่วงเทศกาลไม่ปะปนกับจาน-ชามทั่วไป

งดเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิด

ข้อถือเป็นอีกข้อที่เป็นไปตามหลักการถือศีลที่สำคัญ เพราะนอกจากการงดอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์แล้ว สิ่งที่สร้างความมึนเมาหรือสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้ขาดสติก็ห้ามนำเข้าสู่ร่างกายด้วย

กินเจเพื่อสุขภาพทานอย่างไรไม่ให้อ้วน

เรื่องใหญ่ เรื่องกังวลของคนที่กำลังลดน้ำหนัก หรือ อยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก ที่มีกับเทศกาลถือศีลกินผักนี้คือ กลัวว่าการทานเจ ที่มีแต่อาหารที่มีแป้งเป็นหลัก จะทำให้น้ำหนักจะขึ้น หรืออาหารเจจะทำให้อ้วน ซึ่งความจริงตามหลักการแล้ว อาหารทุกอย่างไม่ได้ทำให้อ้วน ขึ้นอยู่กับว่าเราทานมันมากเกินความพอดีหรือไม่ต่างหาก

ถึงแม้ว่าอาหารเจจะมีแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก แต่หากเราเลือกและกะปริมาณอย่างพอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่ต้องกังวลว่าการถือศีลกินผักจะทำให้โปรแกรมการลดน้ำหนักของเราล้มเหลว

ซึ่งเทคนิคของการเลือกอาหารเจให้ได้พลังงานที่เหมาะสมคือ พยายามหลีกเลี่ยงอาหารทอดทุกชนิด ทั้ง เผือกทอด เต้าหู้ทอด เปาะเปี๊ยะ ขนมอบ เบเกอรี่ต่างๆ อาหารแปรรูป ที่ทำรูปแบบคล้ายอาหารปรกติ เช่น หมู ไก่ เจ อาหารที่ปรุงรสจัด หวาน มัน เค็มจัดๆ หรืออาหารที่ผัดน้ำมันและอาหารที่ใส่กระทิมากๆ

เลือกอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบหลัก โดยปรุงด้วยวิธีการ ต้ม นึ่ง เผา หรือย่าง หากคุณจำเป็นต้องพึ่งพาร้านอาหารสำเร็จรูปเป็นหลัก ให้ใส่ใจเลือกเมนูที่มันน้อยหน่อย หรือลดการทานน้ำที่มากับเมนูจานผัด และ แกงต่างๆ เพราะน้ำเหล่านั้นจะมีไขมัน น้ำตาลและเครื่องปรุงรสผสมอยู่

จำกัดปริมาณข้าวแป้งให้พอเหมาะ ตามสัดส่วนของพลังงาน และ ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการ  เพราะในอาหารเจส่วนมากจะมีการใส่โปรตีนเกษตร หรือ หมี่กึงที่ทำจากถั่วเหลือง ซึ่งมีทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตรวมกันอยู่

โปรตีนเกษตรก่อนปรุง ปริมาณ 100 กรัม จะให้โภชนาการดังนี้

พลังงาน 366.38 kcal
โปรตีน 49.76 กรัม
คาร์โบไฮเดรต (รวม crude fiber) 40.89 กรัม
ใยอาหาร 13.6 กรัม
ไขมัน 0.42 กรัม
โซเดียม 0.95 มก.

นอกจากนี้ควรเลือกทานข้าวกล้องข้าวหรือข้าวซ้อมมือแทนการทานข้าวขาว หรือ อาหารประเภทเส้นต่างๆ เพราะข้าวกล้องจะช่วยให้อิ่มนานและอยู่ท้องมากกว่า และ ช่วยลดความอยากทานอาหารระหว่างมื้อลงได้

อีกเคล็ดลับนึง ถ้าหากกลัวว่าอาหารเจสำเร็จรูปที่ขายอยู่จะมันมากเกินไป ควบคุมสารอาหารได้ยาก ให้ลองทำเมนูเจแบบง่ายๆทานเองที่บ้านโดยควบคุมส่วนผสม การใช้น้ำมันและเครื่องปรุงตามที่ต้องการ และที่สำคัญควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนเรื่องของโปรตีนนั้นไม่ต้องกังวลเพราะเต้าหู้และถั่วต่างๆให้โปรตีนสูงอยู่แล้ว หากมีอาการหิวบ่อยลองพกถั่วติดตัวไว้ทานเป็นของว่าง และกินครั้งละไม่มาก ไม่เกิน 1 อุ้งมือ แค่เพื่อไม่ให้หิวจัดเกินไป เพิ่มการทานผักที่ให้โปรตีนอย่างถั่วงอก ผักโขมผักปวยเล้ง ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดโปรตีนให้กล้ามระคายเคืองอีกด้วย

สุดท้าย จงทำใจให้สบายอย่าเครียดจนเกินไป ขอให้ทำให้เต็มที่เพราะเป็นระยะเวลาสั้นๆแค่ 9 วันเท่านั้น จะได้อิ่มบุญอย่างมีความสุขกันทั่วหน้าจะดีกว่า

 

เรียบเรียง: lovefitt.com
Credit:horoworld.com, wikipedia.com, ifrpd.ku.ac.th

Latestเนื้อหาล่าสุด