MENU CLOSE

ทำอย่างไรเมื่อเบื่อจะไปออกกำลังกาย

เมื่อเลือกที่จะลดน้ำหนักด้วยวิธีการออกกำลังกาย มีบ้างที่จะเจอช่วงที่เบื่อทำให้ไม่อยากออกกำลังกาย ท้อ เหนื่อย หมดกำลังใจ มาค้นหาเหตุที่ทำให้เราเบื่อ และ แก้ไขให้ตรงจุด ไม่ว่าปัญหานั้นจะเป็นอะไร ถ้ามีใจ ทุกปัญหาแก้ไขได้

ทำอย่างไรเมื่อเบื่อจะไปออกกำลังกาย

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักออกกำลังกายตัวยง หรือ เป็นมือใหม่ที่ใช้การออกกำลังกาย เพื่อการลดน้ำหนัก เปลี่ยนรูปร่าง หรือเสริมสร้างสุขภาพ สิ่งนึงที่หลายคนเจอคือ ช่วงเวลาที่เหนื่อย ท้อ หมดแรงบันดาลใจ ที่จะเอาตัวเองออกไปยิม หรือ ไปออกกำลังกาย อาจมาจากความเครียด เหนื่อยจากการทำงาน หรือ เรื่องวุ่นๆในช่วงเวลานั้น หรือ ท้อใจที่ผลการลดน้ำหนักไม่คุ้มกับความเหนื่อยที่ลงทุนไป หรืออยากทำแต่นึกไม่ออกว่าเริ่มอย่างไร

ไม่ว่าเหตุผลที่ทำให้ท้อนั้นคืออะไร สิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปคือ ต้องปรับแก้แนวความคิด จูนความสนใจ และปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับ lifestyle ซึ่งวิธีการเหล่านี้นี่เอง ที่จะสามารถช่วยแก้อาการท้อ เบื่อ เหนื่อยหนาย และ ทำให้คุณ! กลับมาออกกำลังกายตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อีกครั้ง

การวางแผนสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

ตอนสมัยเรียนมักจะได้ประโยคนี้บ่อยๆ “Fail to plan is Plan to fail” หรือ “ไม่วางแผนให้ดี ก็เตรียมเจ๊งได้เลย” ทำให้เห็นว่า ไม่ว่าจะทำอะไร การวางแผนนั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด การออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก หรือลดปริมาณไขมันก็เช่นกัน สิ่งแรกที่เราควรทำคือ คิดค้นหาสิ่งที่ต้องการ และกำหนดเป้าหมายของเราให้ S.M.A.R.T

  • เจาะจง ชัดเจน (Specific)
  • วัด และประเมินผลได้ (Measurable)
  • มีความเป็นไปได้ (Attainable)
  • ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับตัวเรา (Relevant)
  • ระยะเวลาที่ต้องใช้ (Time bound)

ตัวอย่างแนวการวางแผนแบบ S.M.A.R.T

  • เจาะจง ชัดเจน > จะลดปริมาณไขมันในร่างกาย
  • วัด และประเมินผลได้ > ชั่งน้ำหนัก วัดสัดส่วน วัดเปอร์เซนไขมัน
  • มีความเป็นไปได้ > ลดปริมาณเปอร์เซนไขมันในร่างกายจาก 35% เป็น 25%
  • ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับตัวเรา > ลดเพื่อให้รูปร่างดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น
  • ระยะเวลาที่ต้องใช้ > จะทำให้ได้ภายใน 12 สัปดาห์

ค้นหาว่าอะไรทำให้ไม่อยากไปออกกำลังกาย

เมื่อวาง และกำหนดเป้าหมายได้คร่าวๆ แล้ว เราก็ควรทบทวนว่า อะไรเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เราไม่อยากไปออกกำลังกาย เช่น ขาดกำลังใจ หรือแรงจูงใจที่จะไปออกกำลังกาย ? ไม่มีเวลา มีภาระมากมายที่ต้องจัดการ ? หรือ มีงบประมาณจำกัด ค่ายิมแพงเกินไปหรือเปล่า ? ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร การที่เราได้คิดทบทวนสิ่งเหล่านี้ จะทำให้เราทราบถึงตัวการที่ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายได้ จากนั้นถามตัวเองว่าพร้อมจริงๆ หรือไม่ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตไปจากเดิม เพราะถ้าหากคุณไม่พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนแล้วหล่ะก็ ปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้ อาจส่งผลทำให้ไม่สามารถทำได้ต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้เกิดความเบื่อหน่าย และล้มเหลว ซ้ำๆได้

แก้ไขให้ตรงจุด

ถ้าคิดว่าใจพร้อมที่จะไปออกกำลังกาย พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และทราบถึงปัญหาต้นเหตุของอาการเบื่อหน่ายแล้ว ให้เราลงมือแก้ไขให้ตรงจุด

หากขาดแรงจูงใจ และกำลังใจ ให้ลองหาเพื่อนร่วมอุดมการ พูดคุย แลกเปลี่ยนวิธีการ และ ชักชวนกันไปออกกำลังกาย หรือ ค้นหาคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเรา เช่น ดารา Fitness idols หรือ ภาพถ่ายรูปร่างในฝันที่อยากเป็น อ่านบทความ หาความรู้เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก และการออกกำลังกาย เพื่อเป็นการเติมไฟให้กับตนเอง

หากเป็นคนที่มีภาระมาก เวลาน้อย ให้ลอง list เวลาของกิจกรรมที่ตายตัวในแต่ละวันของเราออกมา แล้วมองหาช่องว่างที่จะเพิ่มเติมกิจกรรมการออกกำลังกายลงไป แบ่งการออกกำลังกายออกเป็นช่วงๆ ช่วงสั้นๆ ตามเวลาที่สะดวก เพราะการออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเป็นตอนเช้า หรือตอนบ่าย เวลาไหนแค่ได้ไปออกก็ได้ประโยชน์ทั้งสิ้น และไม่จำเป็นต้องเข้ายิม หรือที่ฟิตเนส ทำที่ไหนก็ได้

หากออกกำลังกายที่ความหนักปานกลาง เช่น เดิน วิ่งจ็อกกิ้ง บอร์ดี้เวทตาม Youtube ให้ทำครั้งละ 20-30 นาที 1-2 ครั้งต่อวัน (ถ้าทำได้) พยายามทำให้ได้ 5 วันต่อสัปดาห์ หรือถ้าเป็นกิจกรรมที่มีความหนัก เช่น วิ่งแบบ High Intensity Interval Training,  Tabata Training เล่นเวทที่น้ำหนักมากๆ สามารถทำได้ตั้งแต่ 20-60 นาที 1 ครั้งต่อวัน พยายามทำให้ได้ 3 วันต่อสัปดาห์ เท่านี้การออกกำลังกายก็จะเริ่มเห็นผลเด่นชัดขึ้นแล้ว

หรือถ้าหากไม่มีเวลาจริงๆ ลองใช้วิธีการแทรกการออกกำลังกายเข้าไปในชีวิตประจำวัน เช่น เดิน หรือ ปั่นจักรยานไปทำงาน ไปซื้อของ ไปทานข้าว เดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ Shopping ทำสวน ทำความสะอาดบ้าน เพียงวันละ 30 นาที ก็ถือว่าเป็นการได้ออกกำลังกายแล้ว

หากปัญหาของคุณคือเรื่องการเงิน ค่าใช้จ่ายในการไปออกกำลังกาย ค่าเมเบอร์ยิมถือเป็นภาระที่ไม่สามารถรับผิดชอบได้ ให้ลองไปออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ วิ่ง จ็อกกิ้ง หรือ ทำกิจกกรมกีฬา ตามสนามกีฬาใกล้ๆ บ้าน หรือ ออกกำลังกายอยู่กับบ้านตาม Video ที่มีมากมายบน Internet ก็ได้ 

Body Weight แบบไม่ง้ออุปกรณ์ เป็นทางเลือกที่ต้องลอง

การออกกำลังกายแบบ Body Weight ถือเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ออกกำลังกายแบบ Cardio และ เวทเทรนนิ่งไปพร้อมๆ กัน โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์อะไรเลย แค่ใช้น้ำหนักของร่างกายเราเองเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น Squat (ลุก-นั่ง) Push up (ดันพื้น) Lunges (ก้าวสลับ) Plank, Tricep Dips, Burpees หรือท่าอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนแล้วแต่ให้ประโยชน์ และมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ทั้งสิ้น ซึ่งตารางการออกมีมากมายบนสื่อออนไลน์ แค่พิมพ์ “Body Weight Workout” รับรองข้อมูลเพียบ

เคล็ดลับสำหรับวันที่ขี้เกียจไปออกกำลังกาย

ถ้าหากอาการเบื่อการออกกำลังกาย มาจากความขี้เกียจ ให้ลองทิ้งข้ออ้างทั้งหลาย จัดกระเป๋าอุปกรณ์ให้พร้อมตั้งแต่ก่อนจะเข้านอน เมื่อถึงเวลาไม่ว่าจะเบื่อแค่ไหนให้ลุกไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วออกไปยิม หรือไปออกกำลังกายให้ได้ เพราะร้อยละ 90 ของคนที่สามารถนำตัวเองออกไปได้ จะสามารถทำกิจกรรมการออกกำลังกายในวันนั้นได้สำเร็จ เนื่องจากเราได้นำตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่พร้อมสำหรับการออกกำลังกายนั้นเอง

อย่าโทษตัวเองหรือรู้สึกผิด ถ้าไม่ได้ไปออกกำลังกาย

เหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น อุบัติเหตุ อาการบาดเจ็บ ความเจ็บป่วยไม่สบาย ที่ทำให้ไม่สามารถไปออกกำลังกายได้ หรือทำให้บรรลุเป้าหมายได้ตามระยะเวลาที่ตั้งไว้ อย่าโทษตัวเอง และรู้สึกผิด ให้ทำใจให้สบาย และพักผ่อนให้เต็มที่ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้พัก และเมื่อหายดีแล้วค่อยพยายามทำใหม่อีกครั้ง

การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ดี มีประโยชน์ แต่การทำให้กิจกรรมการออกกำลังกายกลายเป็นส่วนนึงของชีวิตประจำวัน อาจต้องใช้เวลา ใช้ความพยายาม ต้องปรับทัศนคติ และตารางการใช้ชีวิตใหม่ ระยะแรกของมือใหม่อาจเป็นเรื่องยากซักนิดในการปรับเปลี่ยน แต่ต้องลองพยายามดูซักตั้ง ค้นหาปัญหา และอุดรอยรั่ว แก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ไม่นานคุณอาจเป็นคนนึงที่รัก และ ขาดการออกกำลังกายไม่ได้ก็ได้

 

เรียบเรียง: lovefitt
Credit : fix.com, สสส.

Latestเนื้อหาล่าสุด